การหายไปของเกาะฮิโรชิม่าในสงครามโลก

hiroshima

 

 

ขึ้นชื่อว่าสงครามมันย่อมเป็นสิ่งที่ไม่ใช่เรื่องที่น่าพิสมัยสักเท่าไหร่นัก ในทางกลับกันนี่ยังเป็นเรื่องที่นำแต่ความเศร้าโศก การสูญเสีย และความพ่ายแพ้มาสู่คนทั้งโลกไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดก็ตาม โดยสงครามโลกทั้ง 2 ครั้งที่เกิดขึ้นก็ถือว่าเป็นสิ่งที่สร้างสิ่งเหล่านั้นให้กับคนทั้งโลกอย่างแท้จริง และเกาะฮิโรชิม่าก็ต้องถือเป็นอีก 1 สถานที่ที่ทำให้เราสามารถรับรู้ได้ว่าความรุนแรงของสงครามโลกครั้งที่ 2 มันมีแต่เรื่องย่ำแย่เกิดขึ้นอย่างแท้จริง

hirochima_

หากย้อนกลับไปในยุคของสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่สถานการณ์กำลังเข้าสูช่วงวิกฤติอย่างหนักด้วยที่ประเทศต่างๆ บนโลกถูกแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย ได้แก่ฝ่าย สัมพันธมิตรที่นำทีมโดยสหรัฐฯ และฝ่ายอักษะที่นำทีมโดยพรรคนาซีของเยอรมัน และญี่ปุ่น ซึ่งในช่วงของการทำสงครามนั้นต้องบอกว่าเป็นช่วงเวลาที่โลกอยู่ภายใต้ความน่ากลัวอย่างแท้จริง ทุกพื้นที่ที่อยู่บนโลกใบนี้สามารถเกิดสงครามขึ้นได้ตลอดเวลาถ้าหากเจอกองกำลังของทั้ง 2 ฝ่าย เข้าปะทะกัน อย่างไรก็ตามการหายไปของเกาะฮิโรชิม่านั้นต้องเท้าความไปถึงการต่อสู้ระหว่างทั้ง 2 ฝ่ายนี้ก่อน โดยสงครามโลกในคราวนั้นเป็นการต่อสู้กันอย่างดุเดือดแต่หลังจากที่ฝ่ายสัมพันธมิตรเริ่มโจมตีฝ่ายอักษะได้อย่างต่อเนื่องก็ทำให้กองทัพของฝ่ายอักษะค่อยๆ จะร่อยหรอลงไป จนในที่สุดทางฝั่งสัมพันธมิตรก็ได้มีคำสั่งจาก แฮร์รี่ เอส. ทรูแมน ที่ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ อยู่ในขณะนั้นให้จัดการนำระเบิดนิวเคลียร์ หรือที่สมัยนั้นเรียกว่าระเบิดปรมาณูมาจัดการทิ้งลงที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งตำแหน่งยุทธศาสตร์ที่ถูกระบุให้นำมาทิ้งก็คือเกาะฮิโรชิม่า และ นางาซากิ แต่ความเสียหายต่อเกาะฮิโรชิม่านั้นถือว่าเป็นการใช้ระเบิดนิวเคลียร์ครั้งแรกของโลก แม้ว่าก่อนหน้านี้ฝ่ายสัมพันธมิตรจะทำการทิ้งระเบิดใส่ประเทศญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่องมาตลอด 6 เดือนเต็มก็ตาม โดยระเบิดนิวเคลียร์ที่ถูกทิ้งใส่เกาะฮิโรชิม่ามีชื่อว่า ลิตเติลบอย ถูกทิ้งเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2488 ซึ่งจากการทิ้งระเบิดดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิตสูงถึง 140,000 คน โดยประมาณ โดยครึ่งหนึ่งคือคนที่เสียชีวิตทันทีหลังจากทิ้งระเบิด ส่วนที่เหลือก็ค่อยเสียชีวิตตามหลังจากกัมมันตรังสีโดยต้องยอมรับว่าผู้ที่เสียชีวิตเกือบทั้งหมดนั้นเป็นประชาชนธรรมดาทั้งสิ้น ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นให้ญี่ปุ่นต้องยินยอมทำสัญญาแพ้สงครามเพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียไปมากกว่านี้

 

ดังที่กล่าวมาทั้งหมดนี้จะเห็นได้เลยว่าสงครามโลกไม่เคยสร้างสิ่งดีๆ ให้แถมยังมีแต่บ่อนทำลายด้วยกันทั้งสิ้นไม่ว่าฝ่ายใดก็ตาม เพราะฉะนั้นนี่คือบทเรียนสำคัญที่จะทำให้ทุกคนตระหนักถึงการอยู่ร่วมกันบนโลกใบนี้อย่างผาสุข